ครั้งแรกที่คุณอยู่กับเขา คุณต้องรู้สึกหวาดหวั่นที่จะต้องอยู่กับเขา 2ต่อ2 ในห้องที่ปิดประตูมิดชิดและไม่มีใครช่วยเหลือคุณได้ แต่คุณต้องจำใจอยู่กับเขา ก็คุณเลือกเขาแล้วนี่

ในขณะที่คุณนอนหงาย เขาจะสั่งให้อ้าออกกว้างๆ เพื่อสะดวกในการทำงานของเขากับคุณ โดยคุณก็ยอมเขาทุกอย่าง ...

คุณรู้สึกว่ากล้ามเนื้อเกร็งไปหมด คุณดันเขาออกไปชั่วครู่..เพื่อขอเวลาตั้งตัว แต่เขาปฏิเสธพร้อมกับเข้ามาหาคุณ เขาขอให้คุณอย่ากลัว คุณสั่นหัวรับอย่างกล้าหาญ เพราะเขามีประสบการณ์มากกว่า แต่ในครั้งที่นิ้วของเขาควานหาที่ๆเหมาะสม ......

เขาแหย่ลึกลงไป ....................... ร่างกายของคุณเริ่มสั่นเทา ตึงไปหมด แต่เขาก็อ่อนโยนเหมือนกับที่สัญญาไว้

เขามองลึกลงไปในตวงตาของคุณ และบอกให้คุณเชื่อมั่นในตัวเขาเพราะเขาเคยทำหลายครั้ง รอยยิ้มของเขาทำให้คุณผ่อนคลาย และคุณก็เปิดกว้างเพื่อให้เขาเข้าง่ายขึ้น

คุณเริ่มอ้อนวอนให้เขาทำเร็วๆ แต่เขาค่อยๆ ช้าๆ เพื่อให้คุณรู้สึกเจ็บน้อยที่สุด

ขณะที่เขากดเข้าไปมาขึ้น ลึกขึ้น... คุณรู้สึกว่าเนื้อเยื่อของคุณเปิดออกมา ความเจ็บปวดแผ่ทั่ว สรรพางค์กาย และ คุณรู้สึกว่า เลือดของคุณออกเล็กน้อย

เมื่อเขาทำต่อไป เขามองมาที่คุณแล้วถามว่า เจ็บไปรึเปล่า? ดวงตาของคุณเต็มไปด้วยน้ำตา แต่คุณก็ส่ายหัวและพยักหน้าให้...เขาทำต่อไป...

เขาเริ่มเคลื่อนไหวเข้าออกด้วยความชำนาญ แต่คุณก็รู้สึกชาเกินไป .......

ในที่สุดคุณรู้สึกว่ามีบางอย่างหลุดออกมาจากภายในของคุณ คุณนอนสั่นระริกดีใจที่มันสิ้นสุดลง เขามองที่คุณและยิ้มอย่างอบอุ่น คุณยิ้มและขอบคุณ......หมอฟัน

edit @ 11 Apr 2008 18:02:13 by Impossible

ใครฆ่า...

posted on 30 Mar 2008 17:20 by impossibleblog

กรุณาอ่านทุกบรรทัดนะคะ..

----------------------------
คืนนั้นเป็นคืนที่เงียบสงบและเปล่าเปลี่ยว
----------------------------
เขากำลังวางหูโทรศัพท์ ขณะที่ผมเดินเข้าไปหาเขา เขาชวนให้
----------------------------
ผมนั่งกินเหล้ากับเขา เราคุยกันเรื่อง
----------------------------
ตลกขบขัน บางทีก็เรื่องของเพื่อนฝูง รวมทั้งเรื่อง
----------------------------
สัพเพเหระมากมาย เราดื่มกันแก้วแล้วแก้วเล่า เรื่องราว
----------------------------
ที่เขาเล่า ทำให้ผมนึกถึงสมัยเด็กๆ เสียงหัวเราะ
----------------------------
เริ่มพร่างพรูออกมา เรื่องเก่าๆ ที่ผมเคย
----------------------------
ทำสิ่งต่างๆ ร่วมกับเขามา เขายังพูดถึงเรื่องเพื่อนที่เคย
----------------------------
ชกต่อยกับเขาสมัยเด็กๆ แล้วคนรักเก่าของผม
----------------------------
ก็เข้ามาห้าม และบอกให้เพื่อนคนนั้นคืนหนังสือ
----------------------------
ที่เขาเป็นคนแย่งชิงไป เขาเป็นเพื่อนที่ผมรักมาก
----------------------------
เพื่อนอีกคนนั้นทำธุรกิจร่วมกับเขา
----------------------------
แต่ในขณะเดียวกันก็เกลียดเขามาก เป็นเพื่อนที่ทำเลว
----------------------------
เลวกับเขาหลายครั้ง แต่เขาก็ใส่ใจ เขาให้ข้อคิด
----------------------------
กับผมหลายเรื่อง เมื่อเห็นว่าดึกแล้ว ผมก็เดินไปส่งเขาที่รถ
----------------------------
เขาบอกผมว่า ไม่ต้องเป็นห่วงว่าเขาจะเมา แต่ผมไม่สบายใจ
----------------------------
ผมมองจนเขาขับรถออกไป แล้วผมจึงค่อยขับตาม
----------------------------
แต่เขาขับเร็วมาก จนตลาดสายตาผมไป ผมร้อนใจมาก
----------------------------
จนถึงที่เปลี่ยวแห่งหนึ่ง หัวใจผมเต้นรัว ผมหยุดรถที่มุมตึก ผม
----------------------------
กำลังจะเดินเข้าไปหาเขาที่รถ ผมคิดว่าเขาคงจะเมามาก
แต่ภาพที่ผมเห็น มีผู้ชาย

----------------------------
ดึงและกระชากเขาออกมาจากรถ ฟาดเขาด้วยไม้ท่อนโต
----------------------------
ครั้งแล้ว ครั้งเล่า ปากก็พร่ำแต่ตะโกนด่า
----------------------------
"แก้แค้น !! แกมาขัดผลประโยชน์ทำไม" ผม
----------------------------
แอบมองอยู่ มือสั่น หัวใจแทบหยุดเต้น ผู้ชายคนนั้นคง
----------------------------
เกลียดเขาเข้าไส้ ถึงได้ฆ่าเขาอย่างโหดเหี้ยม
----------------------------
ผมมองไม่เห็นหน้าฆาตกร ตรงนั้นมืดมาก
----------------------------
เขาตาย เลือดไหลนองไปที่พื้น ผม
----------------------------
แทบจะทรุดลงตรงนั้น ผมช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใคร
----------------------------
เป็นคนฆ่าเขา......
----------------------------

ตอนนี้สงสัยมั้ยคะว่าใครเป็นคนฆ่า?
ถ้าสงสัย กลับไปอ่านใหม่อีกรอบ

แต่อ่าน บรรทัดเว้นบรรทัดนะคะ ..แล้วคุณจะรู้คำตอบ

กำเนิดมหาวิทยาลัย Stanford

posted on 28 Mar 2008 17:47 by impossibleblog

สุภาพสตรีในชุดกระโปรงผ้าฝ้ายเรียบๆ กับสามีของเธอในชุดสูทเนื้อผ้าธรรมดาๆ ก้าวลงจากรถไฟในชานชาลาสถานีเมืองบอสตัน ทั้งคู่ยืนรออย่างสงบอยู่หน้าสำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

เลขานุการสาวดูออกในแว่บเดียวว่าสามีภรรยาซอมซ่อคู่นี้มาจากบ้านนอก และไม่น่ามีธุระอะไรในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดแห่งนี้ได้ ... หล่อนขมวดคิ้ว

'เราต้องการพบท่านอธิการบดี' สามีกล่าวนุ่มนวล
'ท่านติดนัดตลอดทั้งวัน' เลขาฯสะบัดเสียงเล็กน้อย
'งั้นเราจะรอ' ภรรยาตอบ


เป็นเวลาหลายชั่วโมงที่เลขานุการทำเป็นไม่สนใจ โดยประมาณว่าทั้งคู่คงทนไม่ได้และกลับไปเอง แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ เลขาฯสาวเริ่มไม่แน่ใจจึงต้องรบกวนเวลาท่านอธิการบดี

'พวกเขาคงแค่อยากพบท่านครู่เดียวก็กลับ' หล่อนอธิบาย

ท่านอธิการบดีถอนใจด้วยความเบื่อหน่ายแล้วก็พยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ จริงๆแล้วคนสำคัญระดับท่านอธิการจะมีเวลาพบคนระดับนี้ได้อย่างไร? แต่นั่นเถอะนะ ท่านคิด ดีกว่าปล่อยให้คู่สามีภรรยาบ้านนอกป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ให้ใครต่อใครมาเห็น

ท่านเชิดหน้าอย่างทรงเกียรติใส่ทั้งคู่ ภรรยากล่าวขึ้น 'ลูกชายของเราเคยเรียนในฮาร์วาร์ด 1 ปี เขารักฮาร์วาร์ดมากและเขาก็มีความสุขกับที่นี่อย่างยิ่ง แต่เมื่อปีที่แล้วเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต สามีและดิฉันก็เลยอยากทำอะไรสักอย่างไว้เป็นที่ระลึกถึงเขาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้' ท่านอธิการไม่รู้สึกร่วมแต่อย่างใด เพียงแต่ช็อคเล็กน้อย

'คุณผู้หญิงเราไม่สามารถสร้างรูปปั้นให้กับทุกคนที่เคยเรียนฮาร์วาร์ดแล้วก็ตายหรอกนะ ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนั้น ที่นี่คงดูไม่ต่างไปจากสุสานแน่'

'โอ...ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ท่านอธิการบดี' ภรรยารีบอธิบาย 'เราไม่ได้ต้องการจะสร้างรูปปั้น เราคิดว่าเราจะสร้างตึกให้ฮาร์วาร์ดต่างหาก'

ท่านอธิการกรอกตาไปมา เขามองไปที่ชุดผ้าฝ้ายกับสูทบ้านนอก 'สร้างตึก! พวกคุณรู้ไหมว่าใช้เงินเท่าไรในการสร้างตึกสักหลังหนึ่ง เราใช้เงินไป มากกว่า 7.5 ล้านดอลลาร์แค่ตอนเริ่มก่อตั้งฮาร์วาร์ดนี่'

เป็นครู่ที่สุภาพสตรีเงียบกริบ ท่านอธิการรู้สึกโล่งอก ในที่สุดสามีภรรยาคู่นี้ก็ถูกกำจัดไปได้เสียที

แล้วภรรยาก็หันมาพูดกับสามีเบาๆ ว่า 'ใช้เงินแค่นั้นเองน่ะหรือในการสร้างมหาวิทยาลัย? แล้วทำไมเราไม่สร้างของเราเองสักแห่งหนึ่งล่ะ?' สามีผงกศีรษะ สีหน้าท่านอธิการเต็มไปด้วยความงงงวยสุดขีด

แล้วนายและนาง Leyland Stanford ก็เดินทางไปยังพาโลอัลโตในแคลิฟอร์เนีย ที่ๆพวกเขาก่อตั้งมหาวิทยาลัยภายใต้นามสกุลของครอบครัว เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ลูกชายที่ฮาร์วาร์ดไม่เคยเห็นคุณค่า ....

เรื่องนี้เป็นประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัย Stanford ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังคู่แข่งกับมหาวิทยาลัย Harvard

... อย่าตัดสินคนอื่นจากเปลือกนอกเลย..

นิทาน "ยายสีกับยายสอย"

posted on 24 Mar 2008 18:02 by impossibleblog

มึนเหมือนกันแต่สนุกดีนะ ลองอ่านเร็วๆ แล้วจะมันส์

เรื่องมีอยู่ว่า......

"......ยายสีเลี้ยงหอย  ส่วนยายสอยเลี้ยงหมี
ยายสีเลี้ยงหอยฟ้องยายสอยเลี้ยงหมีว่า
หมีของยายสอยมากัดหอยของยายสี
แต่ยายสอยที่เลี้ยงหมีปฎิเสธและฟ้องกลับยายสีเลี้ยงหอยว่า
หอยของยายสีกัดหมีของยายสอยต่างหาก
พร้อมกับอ้างว่า ที่ปากหอยของยายสอย
ไม่มีหอยของยายสีให้เห็นเลย
ตรงกันข้ามมีหลักฐานว่า
ที่ปากหอยของยายสีนั้นกลับมีขนหมีของยายสอยติดอยู่"

Toilet of the world

posted on 04 Mar 2008 17:40 by impossibleblog
มาคนส่งมาให้ ขำมาก ดูสิว่า โถส้วมของแต่ละประเทศเป็นอย่างไร
โถส้วมสำหรับ "คนรักดอกไม้" (Toilet of florence) 
โถส้วมสำหรับ "คนรักฟุตบอลโลก" (Toilet of football world cup 2006) 
โถส้วมสำหรับ "คนอังกฤษ" (Toilet of England) 
โถส้วมสำหรับ "คนฝรั่งเศล" (Toilet of France) 
*สำหรับคนที่ดูไม่ออกมันคือ กิโยติน เครื่องตัดหัวมนุษย์ที่ทำผิดกฎหมาย
โถส้วมสำหรับ "คนนิวยอกร์" (Toilet of New york) 
โถส้วมสำหรับ "คนญี่ปุ่น" (Toilet of Japan) 
 
โถส้วมสำหรับ "คนฟลอริดา" (Toilet of Florida) 
โถส้วมสำหรับ "คนเสมอภาค" (Toilet of equal opportunity) 
โถส้วมสำหรับ "คนปารีส" (Toilet of Paris) 
โถส้วมสำหรับ "คนวาติกัน" (Toilet of vatican) 
โถส้วมสำหรับ "คนอินเดีย" (Toilet of India)
โถส้วมสำหรับ "นักดนตรี" (Toilet of musicians) 
โถส้วมสำหรับ "คนท้องเสียขั้นรุนแรง" (Toilet of stomuch problem) 
โถส้วมสำหรับ "คนที่ทำงานธนาคาร" (Toilet of Banker) 
โถส้วมสำหรับ "สาธารณะ" (Toilet of Public) 

พบสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร

posted on 27 Feb 2008 19:14 by impossibleblog

ไปดู clipmass แล้วเจอ อาจจะเก่าแล้วแต่อยากให้ดู เป็นภาษาอังกฤษนะค่ะ ฟังไม่ออกก็ดูวิดีโอแล้วกัน

link:http://www.clipmass.com/movie/173100752650111

edit @ 27 Feb 2008 19:15:46 by Impossible

edit @ 3 Aug 2008 19:29:41 by Impossible

ขำ ขำ....จ้า
>
> เหตุผลที่ไม่อยากไปบ้านคนรวย
>
> เพื่อน : นายจะดื่มอะไร น้ำผลไม้ โซดา ชา โกโก้ ช็อคโกแลตหรือกาแฟ?
>
> ป๋ม : ขอชาแล้วกัน
>
> เพื่อน : เอาซีลอน หรือชาสมุนไพร หรือเอาบุช
>
> ผสมน้ำผึ้งดีมั้ยหรือเอาชาเย็น หรือชาเขียว
>
> ป๋ม : เอาซีลอน
>
> เพื่อน : เอาแบบไหนเหรอ ใส่นมหรือไม่ใส่
>
> ป๋ม : ใส่นมด้วยแล้วกัน
>
> เพื่อน : เอานมแพะ นมอูฐ หรือนมวัว
>
> ป๋ม : นมวัวดีกว่า
>
> เพื่อน : เอานมจากวัวฟรีซแลนด์หรือวัวแอฟริกาเน่?
>
> ป๋ม : เอ่อ... ไม่ต้องใส่นมก็ได้
>
> เพื่อน : อยากได้หวานแบบไหนล่ะ ใส่น้ำตาลหรือว่าน้ำผึ้ง?
>
> ป๋ม : น้ำตาลดีกว่า
>
> เพื่อน : น้ำตาลบีทหรือน้ำตาลอ้อย?
>
> ป๋ม : น้ำตาลอ้อย
>
> เพื่อน : เอาแบบขาว หรือแดง หรือว่าเหลือง?
>
> ป๋ม : ... นายลืมเรื่องชานี่ซะเถอะ ขอน้ำสักแก้วก็พอว่ะ
>
> เพื่อน : จะเอาน้ำแร่หรือน้ำกลั่น?
>
> ป๋ม : น้ำแร่
>
> เพื่อน : เอาแต่งรสด้วยมั้ย? หรือว่าไม่?
>
> ป๋ม : หิวน้ำจะตายอยู่แล้วคร้าบบ !!!!!!
>
> เพื่อน : ?……
>
> เพื่อน: แล้วจะใส่แก้วทรงไหนดีล่ะ แก้วใส ขุ่น / ทรงยุโรปทรงไทย หรือ ทรงแขกดี
>
> ป๋ม: เอ่อ...ที่มัน ใส่น้ำแล้วไม่รั่วก็ได้นะจะดีมากถ้ามีน้ำแข็งด้วย
>
> เพื่อน: อ่า เอาน้ำแข็งแบบไหนดี ทุบละเอียดหรือก้อนกลม(ยูนิค)
>
> ป๋ม: กลมๆละกัน
>
> เพื่อน: เอาแบบใหญ่ๆ หรือ เล็กๆดีล่ะ
>
> ป๋ม: เอาว่าใส่น้ำแล้วมันเย็นอ่ะ
>
> เพื่อน: จานรองแก้วล่ะ เอาเป็นไม้ หรือ สแตนเลสดี
>
> ป๋ม: สแตนเลสเนอะ
>
> เพื่อน: กลมๆ หรือ สี่เหลี่ยม
>
> ป๋ม: เดี๋ยวกูไปแดกน้ำที่บ้าน เดี๋ยวมา !!.... (กูกับแดกเป็นคำหยาบมาก อย่าเอาไปใช้นะค่ะ)
>
> เพื่อน : !!!!!!
> --------------------------------

นั่งคนเดียวแล้วมองกระดาษ ที่สะท้อนข้อสอบไฟนอล

โดดเดี่ยวกับความเหงา ก็เพราะเรานั้นทำไม่เป็น

ตัวแปรเดิมๆที่เรารู้จัก แต่ไม่รู้ความหมายของมัน

หากฉันจะหลับตาลงสักครั้ง แล้วพบกับ F ผู้เป็นนิรันดร์



**หากไฟนอลเกิดในความฝัน

เราลอกเธอโดยไม่โดนจับกัน

ตารางสอบนั้นบอกคืนและวัน

อย่างที่ฉันได้เคยต้องการ



ก็อยากให้เธอนั่งใกล้ๆฉัน

เราส่งโพยโดยไม่มองหน้ากัน

ลอกเพื่อร่ำลาในความสัมพันธ์

ก่อนที่ฉันจะปล่อยให้โพยหายไป โดยไม่รู้คำตอบ

 

(**)

 

* ขอโทษทีที่ไม่มีท่อนร้องของ ดา เอ็นโดฟิน

อ้างอิง: http://www.saranair.com/article.php?sid=16676 

หอคอยบาเบล (Tower of Babel)

ตามตำนานคริสต์ กล่าวไว้ว่า...

...เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีจุดมุ่งหมายให้สูงไปถึงสวรรค์...

เกิดจากความสามัคคีของมนุษย์ ภายหลังเหตุการณ์น้ำท่วมโลก

จากลูกหลานของโนอาห์ (ผู้ที่สร้างเรือโนอาร์) ได้ขยายพงศ์พันธุ์แผ่ไพศาลออกไป แต่ทั่วทั้งโลกต่างพูดภาษาเดียวกัน และมีศัพท์สำเนียงเดียวกัน ผู้คนในยุคนั้นจึงได้ร่วมกันสร้างหอบาเบล โดยมีความมุ่งหมายเพื่อที่จะสร้างเป็นหอเทียมฟ้า สร้างชื่อเสียงไว้ และเป็นแหล่งรวมอารยธรรมของมนุษย์ไว้ด้วยกัน

การสร้างหอบาเบล เป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กับมนุษยชาติ ซึ่งความภาคภูมิใจนี้ ก็นำมาซึ่งความหยิ่งผยอง คิดท้าทายพระเจ้า ด้วยเหตุนี้ พระเจ้าจึงทรงบันดาลให้เกิดภาษาที่แตกต่างกัน ทำให้มนุษย์สื่อสารกันไม่เข้าใจ การก่อสร้างหอบาเบลจึงหยุดชะงักลงเพียงนั้น

อ้างอิง: th.wikipedia.org/wiki/หอคอยบาเบล

รูป: http://www.artchive.com/artchive/B/bruegel/babel1.jpg.html

edit @ 1 Feb 2008 17:50:47 by Impossible

edit @ 28 Mar 2008 17:55:39 by Impossible

ตามีเงินอยู่ยี่สิบบาท ให้เงินยายยี่สิบบาท ทำไมตาเหลือสิบบาท ???

========================================== 

คิดให้ดีก่อนตอบนะจ๊ะ เฉลยอยู่ด้านล่าง

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

==========================================  

========================================== 

========================================== 

==========================================  

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

==========================================  

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

==========================================  

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

==========================================  

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

==========================================  

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

==========================================   

========================================== 

========================================== 

========================================== 

========================================== 

==========================================  

==========================================  

************~~~~~~~~~เฉลย~~~~~~~~~~************

เพราะยายชื่อ "ยี่" ประโยคที่ว่า "ตาให้ยายยี่สิบบาท" จะหมายความว่า ตาให้เงินยายชื่อยี่ไปสิบบาท

^o^ ^o^ ^o^ ^o^ ^o^ ^o^ ^o^ ^o^ ^o^ ^o^ ^o^ ^o^ ^o^

edit @ 1 Feb 2008 17:23:05 by Impossible