ขำๆ พระมหาสมปอง‏

posted on 21 Jan 2008 15:44 by impossibleblog
ญาติโยมหลายท่านมักถามว่า
" ท่านบวชเรียนมาตั้งแต่อายุยังน้อย อยู่ในเพศบรรพชิตมามากกว่าครึ่งชีวิต มีโอกาสสัมผัสชีวิตฆราวาสไม่มากนัก แล้วเอาข้อมูล วัตถุดิบหรือมุกมาจากไหนหนักหนา"

อาตมาก็ตอบว่า หลักๆ เลยก็คือ การอ่าน นอกจากนั้นก็หนัง ละคร   ที่ญาติโยมดูกันนั่นแหละ
พอตอบออกไปอย่างนี้ โยมก็สวนกลับทันที " ไม่ผิดข้อห้ามหรือท่าน"


อาตมาก็จะอธิบายไปว่า ดูเพื่อให้เท่าทันกิเลสจะได้สกัดมันถูก   และที่สำคัญ   หากอาตมาไม่รู้หรือไม่เข้าใจ ตลอดจนไม่เท่าทันเรื่องราวทางโลกและ   จะมาบรรยายธรรมให้ญาติโยมรู้สึกอินกันได้อย่างไร
ซึ่งนอกจากการอ่าน   การดูและการฟังแล้ว   หลายวัตถุดิบที่นำมาสร้างเป็นมุกฮา ก็ได้มาจากการพูดคุยกับเหล่าโยมๆ นี่แหละ
      อย่างวันหนึ่งระหว่างที่อาตมากำลังฉันเพลอยู่ก็มีโยมท่านหนึ่งโทร.มา
      " พระอาจารย์เหรอคะ   นี่อาตมาเองนะคะ"
      " หา อะไรนะ"
      " พระอาจารย์เหรอคะ   นี่อาตมาเองค่ะ"
      " ถ้าโยมแทนตัวว่าอาตมา แล้วอาตมาจะแทนตัวอาตมาว่าอะไร"
      " อ๋อ ขอโทษค่ะ"
      หลังจากนั้นก็คุยธุระกันจนจบ อาตมาก็กล่าวว่า
      " เจริญพร"
      " ค่ะ เจริญพรเช่นกัน"
      แน่ะ มีอวยพรให้พระด้วย !

      ข้างต้นก็คือ   สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ ระหว่างพูดคุยกับเหล่าญาติโยม   จนถือว่าเป็นเรื่อง
ปกติสำหรับอาตมาไปแล้ว   หรืออย่างก่อนหน้านี้มีโยมผู้หญิงคนหนึ่ง เดินถือสังฆทานมาอย่างมาดมั่น
พอเข้ามาในกุฏิแล้ว   เธอก็มุ่งตรงไปที่พระบวชใหม่รูปหนึ่งทันที
      " ถวายสังฆทานค่ะ"
      พระบวชใหม่ด้วยความที่ยังจำบทสวดต่างๆ ไม่ค่อยคล่องนัก จึงหยิบหนังสือขึ้นมาดู
      " ไม่ต้องค่ะ" โยมผู้หญิงคนนั้นกล่าวอย่างหนักแน่นตามสไตล์สาวมั่น
      " ดิฉันท่องได้ค่ะ เพราะคุณยายพาเข้าวัดตั้งแต่เด็กๆ" เธอพนมมือขึ้น ก่อนกล่าวว่า
      " อิมานิ มะยัง ภันเต สะปะริวารานิ คิกขุ สังโฆ"   ( ที่ถูกต้อง จะต้องเป็น ภิกขุ สังโฆ)
      พระบวชใหม่มีสีหน้างุนงง ก่อนหันมาถามอาตมา
      " คิกขุสังโฆ นี่มันฟังทะแม่งๆ นะหลวงพี่"
      อาตมาเกรงว่าโยมผู้นั้นจะหน้าแตก ก็เลยตอบไปว่า
      " คิกขุ แปลว่า น่ารัก     สังโฆ   แปลว่า สงฆ์     คิกขุสังโฆ   ก็คือ แด่พระสงฆ์ผู้น่ารัก"
      เท่านั้นแหละ พระใหม่รูปนั้นนั่งยืดทั้งวันเลย

      แต่ก็มีบางกรณี   ที่การพูดผิดของคุณโยมทำให้อาตมาแทบจะสำลัก
      อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ มีโยมท่านหนึ่งโทรศัพท์มา
     ! " หลวงพี่ขา   ขอเรียนเชิญนิมนต์ค่ะ"
      " ไปไหนล่ะโยม"
      " ไปมรณภาพที่บ้านน่ะค่ะ"
      โห นิม นต์พระไปตายถึงที่บ้านเลย   อาตมาจึงบอกไปว่า   ถ้านิมนต์ไปงานศพไปให้ได้
แต่ถ้าเชิญไปมรณภาพนี่   ช่วงนี้อาตมาไม่ว่างจริงๆ ขอตัวเถอะนะโยม

      จากตัวอย่างที่อาตมาเล่าไว้ข้างต้น   คุณโยมอาจจะเห็นเป็นเรื่องขบขัน   แต่มันก็สะท้อน
ให้เห็นความห่างเหินระหว่างคนกับวัดได้ในระดับหนึ่ง   ปัจจุบันนี้คนจะนึกถึงวัดในกรณีพิเศษ
เท่านั้น   เช่นงานบวช   งานศพ   ต่างกับสมัยก่อนที่วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน   ฆราวาสกับพระจึง
สนทนากันไหลลื่น   ไม่มีคำแปลกๆ หรือผิดที่ผิดทางออกมาให้พระสะดุ้งแต่อย่างใด
      ซึ่งถ้าพูดถึงศัพท์แสงที่แสลงใจแล้ว   ตอนไปบิณฑบาตอาตมาจะเจอบ่อยมาก เช่นมีอยู่
ครั้งหนึ่งระหว่างที่กำลังเดินๆ อยู่   ก็ได้ยินเสียงใสๆ แว่วขึ้นมา
      " แม่ๆ พระมาขอข้าว"
      " มาเยอะไหมลูก"
      " มา 2   อัน"
      โห   เรียกอย่างกับชิ้นส่วนรถยนต์ นี่ถ้ามาเยอะๆไม่เรียกเป็นฝูงเลยเหรอ
      ดังนั้นเวลาไปบรรยายธรรมให้นักเรียนฟังอาตมาจะนำเรื่องนี้ไปสอดแทรกเพื่อสอน
เด็กๆ ด้วย
      " ถ้าพระกิน   เรียกว่า   ฉัน"
      " พระนอน เรียกว่า จำวัด" (บางคนเรียกขี้เกียจเป็นพระนอนไม่ได้)
      " พระป่วย เรียกว่า อาพาธ"
      " พระตาย   เรียกว่า มรณภาพ" (ไม่ใช่เรียกป่อเต็กตึ๊งนะ)
      " แล้วพระอาบน้ำล่ะ เรียกว่าอะไรเอ่ย"   คราวนี้อาตมาถามให้เด็กๆ ตอบบ้าง
      " เรียกคนมาดู" 
        จบกัน!!!

edit @ 31 Jan 2008 12:29:41 by Impossible

edit @ 28 Mar 2008 17:55:21 by Impossible

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ขำจริงๆด้วยค่ะ แอบหัวเราะไป2ก๊ากconfused smile

#1 By eeddy(อี๊ด) on 2008-01-21 15:52

ว่าจะหาวีซีดีของท่านมาดูเหมือนกันครับ ชอบครับ ขำดี

#2 By เจ้าชายน้อย on 2008-01-21 16:11

555++

ไม่รู้จะพูดอะไรนอกจาก 555

Hot!