หวาดดี..เอฟวารีบาดี้

posted on 16 Dec 2009 18:37 by impossibleblog

จะบอกว่าไม่ได้มาอัพเดตน้านนนนนนนนนนนนนนนนนนนานนนนนนนนนนนนนนนนนน

แล้ววันนี้ไม่มีอารายทามเร้ยย

เลยมาเขียนแก้เซงๆๆๆๆ

 

 

จาบอกว่าช่วงนี้เสพติดกาตูนรีบอนอย่างแรงงงงง

เริ่มจาคลั่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน!

เมื่อก่อนก้เรียนอย่างเดียวกาตูนไม่แตะ

 ช๊อบชอบ ฮิบาริคุง กับ มุคุโร่ซัง หล่อลากไส้ชัดๆ ><

 ยิ่งตอนโตนะ โอ้วว ซี้ด หล่อได้อีกอ่า ><

อิจฉาโคลมอ่ะ มุคุโร่รักยิ่งชีพเลยอ่า

แล้วพวกเพลงของรีบอนเงี่ย

ฟังมันได้ทั้งวันอ่ะ เสียงทุกคนเพราะได้ใจ ><

เพลงที่ชอบก้...

hitoribocchi no sadame - hibari kyoya

an undying wish - rokudo mukuro

fleeting memories - dokuro chrome

burning prayer - lal mirch

oretachi no JOY - gokudera hayato + yamamoto takeshi

sakura addiction - hibari kyoya + rokudo mukuro

อีกเยอะแยะมากมาย ><

 

ขออนุญาตเจ้าของบทความมาลงนะคะ
 
วันนี้เห็นอีกแล้ว ... ภาพควาญช้างพาช้างเดินร่อนเร่ข้างถนน
ถึงจะเห็นเป็นประจำจนเจนตา แต่ก็ใช่ว่าจะทำใจให้ชาชินได้

ครั้งนี้แย่ยิ่งกว่า ตรงที่ช้างที่เห็นยังเป็นลูกช้างอยู่เลย
สูงเท่าอกควาญช้างเอง.. แต่ขาลูกช้างเล็กมาก ไม่สมส่วน
สงสารเท้าบางๆ ต้องมาเดินบนคอนกรีตร้อนๆ
ถามควาญ ควาญบอกไม่ต้องห่วง เท้าช้างมันหนา
เราว่าไม่หนาเท่าหน้าควาญหรอกมั้ง
(
อันนี้คิดในใจ กลัวควาญสั่งให้ช้างเหยียบหน้าเรา)

กล้วย อ้อย ที่คนซื้อจากควาญ...เพื่อให้ควาญเอาให้ช้างกินอีกทีเนี่ย..
เป็นตลกร้ายมากๆ แต่ตลกที่ขำไม่ออก เหมือนควาญจับช้างตัวเองเป็นตัวประกัน
ให้อดน้ำอดอาหาร แล้วรอให้คนอื่นเอาเงินมาไถ่ช้างของตัวเอง
แล้วควาญ ก็จะเอาเงินมาเลี้ยงตัวควาญเองเป็นส่วนมาก (และเลี้ยงช้างอีกเป็นส่วนน้อย)
สรุป ..เราไม่ได้ซื้ออาหารเลี้ยงช้าง แต่จ่ายเงินเลี้ยงควาญมากกว่า

เมื่อก่อนเราก็เป็นหนึ่งในคนขี้สงสาร อดไม่ได้ต้องซื้อกล้วยซื้ออ้อยให้ช้าง
ทั้งๆที่รู้ว่าไม่ถูกต้อง

แต่จากประสบการณ์ตรง "เ ห็ น ม า กั บ ต า"
คืนนั้นประมาณสี่ทุ่ม เรากับเพื่อนกลุ่มนึง ออกมาจากร้านอาหารที่กินเลี้ยงกัน

เจอช้างเช่นเดิม (สงสัยดวงสมพงษ์)
เราก็ทำอย่างเดิม (ซื้ออ้อยให้ช้าง)
แต่พอดีวันนี้มีเวลาเยอะ ประกอบกับมีที่นั่งแถวนั้น
เลยนั่งคุยกับเพื่อนไป ดูช้างไป

เริ่มเอะใจ
เฮ้ย... ทำไมช้างไม่เคี้ยวอ้อยหว่า?
(
เวลาไปปางช้าง เคยสังเกตว่าช้างจะเอาอ้อยเข้าปาก แล้วเคี้ยวหยับๆอยู่แป๊บนึง)
หรือว่าให้น้อยไป ช้างกลืนลงคอไปแล้ว จะรู้รสไหมนั่น?
ไม่ได้การ เลยซื้อเพิ่ม สงสารช้าง ท่าจะหิว มันดึกแล้วคงไม่มีใครมาอุดหนุนแล้วล่ะ
คราวนี้เราจ้องซะตาเหลือก
อ้าว.. ยังไม่เคี้ยวอีกแฮะ อมไว้รึป่าวเนี่ย?

สักพักควาญเห็นว่าเรามองมากๆ เลยจูงช้างเดินเลี่ยงไป (อย่างเร็ว)
เรากับเพื่อนอีก3-4คน ก็ทำเป็นออกเดินมั่ง ทำเดินเม๊าท์แตกโดยบังเอิญไปทางเดียวกัน
(
แต่จริงๆคือจะเดินตามไปดู)
คราวนี้ควาญออกอาการ เอาขอเกี่ยวหูให้ช้างวิ่งเลย เราก็เฮ้ย ทำไมน่ะ?
ควาญวิ่งพาช้างข้ามถนนไปอีกฝั่ง แล้วงุดๆไปหลบอยู่ตรงมุมมืดๆ เรามองไม่ค่อยเห็นแล้ว เราไม่กล้าตามแล้วด้วย

โชคดีที่ตรงนั้น เพื่อนเราอีกคนออกมาจาก 7/11 ตรงหัวมุมแถวนั้นพอดี
(
ลืมไปเลยว่า เพื่อนอีกคนออกมาก่อน มันบอกจะเดินไปซื้อของที่ 7/11 ฝั่งตรงข้าม)
เพื่อนคนนี้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ช่วงที่เราเจอช้าง ควาญช้างก็ไม่รู้ว่าคนนี้เพื่อนเรา

เราโทรมือถือไปบอกเพื่อนเรา บอกว่า "เฮ้ย อย่าเพิ่งพูดอะไรนะ ช่วยดูช้างกับควาญให้ที"
แล้วเราก็เล่าเหตุการณ์คร่าวๆให้ฟัง ก่อนวางหู
เพื่อนคนนี้เป็นผู้ชาย มันเลยกล้าเดินไปยืนแถวๆควาญช้างตรงมุมมืดๆ
เพื่อนแกล้งทำท่าเหมือนหลบคนเยอะๆมาคุยโทรศัพท์
แต่จริงๆไม่ได้กดโทรออก
ส่วนเราเดินกลับมารอฟังข่าวที่เดิม

สักพักเพื่อนคนนี้ เดินข้ามฝั่งกลับมา บอกว่า

"
ควาญเอาขอเกี่ยวหูช้างอย่างแรง ตอนแรกช้างไม่ทำอะไร
ตอนหลังควาญเลยเอาขอเกี่ยว ฟาดเข้าหลังหูเลย ด้านคมๆนั่นแหล่ะ ช้างท่าจะเจ็บมาก มันร้องในลำคอ
แล้วคายอ้อยออกมา"

"
อารายนะ!!!!!!" เราตกใจ
"
ช้างคายอ้อยออกมา ...ออกมาเป็นมัดๆเลย สงสัยอ้อยที่เธอซื้อให้นั่นแหล่ะ " เพื่อนย้ำอีกที

เรางี้ฟังแล้วแทบร้องไห้
ควาญสอนช้างให้อมอ้อย จะได้ให้ช้างคายอ้อยในที่ลับตา แล้วเอาอ้อยกลับมาล้างเพื่อขายใหม่ได้เรื่อยๆ
โดยที่ช้างไม่ได้กินอะไรเลย!!!!

คิดดูช้างเดินบนพื้นคอนกรีตแข็งๆเป็นกิโลๆ ยิ่งน้ำหนักตัวกดทับเยอะ ก็ยิ่งระบม แล้วยังต้องมาอดอาหารอีก
นึกภาพมันอมอ้อยไว้ในปาก คงทั้งหวานทั้งน่ากิน แต่ช้างก็ไม่กล้ากิน เพราะถูกสอนมา
ตอนถูกสั่งให้คายครั้งแรก มันคงทำใจคายไม่ได้ คงหิวมาก
ต้องให้ควาญฟาดตะขอจิกเข้าไป มันเจ็บจนต้องคายออกมา
ยิ่งเราซื้ออาหารให้ช้างมากเท่าไหร่ ช้างก็ยิ่งโดนทำร้ายแบบนี้มากเท่านั้น...

ขอประณามควาญช้างที่ทำแบบนี้
คุณไม่ควรทำกับช้างผู้มีพระคุณกับคุณ
คุณอาศัยความสงสารของคนมาเลี้ยงตัวเองยังไม่พอ
คุณยังทำร้ายช้างด้วย นี่ไม่น่าอภัยให้ยิ่งกว่า

เราไม่รู้นะว่าควาญช้างกี่คนที่สอนช้างให้ทำแบบนี้ได้ เราได้แต่หวังให้มีคนนี้คนเดียว
แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเบื้องหลังเค้าทำแบบนี้กันหมด?

1.ดูพระอาทิดตกดินด้วยกัน

2.
กระซิบถึงกันและกัน

3.
ทำอาหารให้กัน

4.
เดินท่ามกลางฝนตก

5.
จับมือ

6.
ซื้อของขวัญให้กัน

7.
ดอกกุหลาบ

8.
ถามว่าน้ำหอมสุดโปรดคือกลิ่นไหน และใช้ทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน

9.
เดินริมทะเลตอนเที่ยงคืนด้วยกัน

10.
เขียนกลอนให้กัน

11.
การกอดคือยาที่ดีที่สุด

12.
พูดว่า'รักเธอ' ตอนที่รู้สึกว่ารักจิงๆ และทำให้เค้ารู้ว่าเรารู้สึกรักจิงๆ

13.
ให้ของขวัญเล็กๆ ดอกไม้/ลูกอม/กลอน

14.
บอกเธอ/เขา ว่าเธอ/เขา คือผู้หญิง/ผู้ชาย ที่คุณต้องการมากที่สุด

15.
อยู่ด้วยกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

16.
มองตากันและกัน.

17. (
เฉพาะผู้ชาย) ดันคางเธอขึ้นเบาๆ มองตาเธอ บอกว่ารักเธ อมากที่สุด และจูบเธอเบาๆ 'เบาๆ ' ล่ะ

18.
ในที่สาธารนะชน แค่จีบกันเฉยๆ อย่าทำอย่างอื่น

19.
ใส่จดหมายรักในกระเป๋าเขา/เธอ เมื่อเธอ/เขาไม่เห็น

20.
ซื้อแหวนให้เธอ (เฉพาะผู้ชาย)

21.
ร้องเพลงให้กันและกัน

22. (
เฉพาะผู้ชาย) โอบกอดเทอตรงสะโพกเสมอ

23.
พาไปกินข้าว2ต่อ2

24.
กินสปาเก็ตตี้ (เคยดูเรื่องทรามวัยกับไอ้ตูบมั๊ย)

25. (
เฉพาะผู้ชาย)จับมือเธอ มองตาเธอ จูบมือเธอแล้ววางไว้บนหัวใจ

26.
เต้นด้วยกัน

27. (
เฉพาะผู้หญิง) เวลาอยู่ด้วยกัน นอนตักเขา

28.
ทำเรื่องน่ารักๆ เช่น เขียนว่า 'ฉันรักเธอ' ในสมุดโน้ต

29.
หาเรื่องมาเรียกเธอ/เขา ทุกๆ5นาที

30.
ไม่ว่าจะยุ่งขนาดไหน โทรไปหาเขา/เธอ และบอกว่า'ฉันรักเธอ'

31.
โทรจากสถานที่ๆคุณไปเที่ยวและบอกว่าคุณคิดถึงเขา/เธอ เสมอ

32.
จำฝันของคุณและเล่าให้เขา/เธอ ฟัง

33.
บอกความกลัวและความลับสุดยอดของคุณให้เธอ/เขา ฟัง

34.
ทำดีกับพ่อแม่ของเธอ/เขา

35. (
เฉพาะผู้ชาย) ลูบผมออกจากใบหน้าของเธอเบาๆ 'เบาๆ' ล่ะ

36.
ไปเที่ยวกับเ พื่อนของเธอ/เขา

37.
ไป วัด/อธิษฐาน/สาบาน ด้วยกัน

38.
พาไปดูหนังโรแมนติคและจำส่วนที่เธอ/เขาชอบ

39.
เรียนรู้กันและกัน และอย่าทำผิดแบบเดิมเกิน2ครั้ง

40.
บอกว่าคุณรู้สึกดียังไงที่ได้อยู่กับเธอ/เขา

41.
เสียสละให้กันและกัน

42.
รักกันมากๆ ถ้าไม่อย่างนั้นก้อเลิกกันไปเลย

43.
ทำให้ไม่มีนาทีไหนที่คุณไม่คิดถึงเขา/เธอ

44.
รักตัวเองก่อนที่จะไปรักใคร

45.
หัดพูดคำหวานๆในภาษาอื่น

46.
ขอเพลงให้เขา/เธอ ในวิทยุ

47.
หลับคาโทรศัพท์ด้วยกัน

48.
ปกป้องเธอ/เขา เมื่อคนอื่นพูดอะไรไม่ดีต่อเขา/เธอ

49.
ห้ามลืมการจูบgood night และพูดว่า'ฝันดีนะ' เสมอ นี่คือจดหมายศักดิ์สิทธิ์ ห้ามลบทิ้ง....ส่งต่อไปเรื่อยๆ ถ้าคุณลบ คุณจะอกหักตลอดชีวิต

50.
และสุดท้ายต้องขอขอบคุณที่โลกสร้างเธอ/เขาขึ้นมา
1. ระลึกเสมอว่า การจะได้พบความรักและความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ก็ต้องประสบกับความเสี่ยงอันมหาศาลดุจกัน

2.
เมื่อคุณแพ้ อย่าลืมเก็บไว้เป็นบทเรียน


3.
จงปฏิบัติตาม 3
Rs

 
     3.1 เคารพตนเอง ( Respect for self )

 
     3.2 เคารพผู้อื่น     ( Respect for others )

 
     3.3 รับผิดชอบต่อการกระทำของตน ( Responsibility for all your actions )

4.
จงจำไว้ว่า การที่ไม่ทำตามใจปรารถนาของตนบางครั้งก็ให้โชคอย่างน่ามหัศจรรย์


5.
จงเรียนรู้กฎ เพื่อจะทราบวิธีการฝ่าฝืนอย่างเหมาะสม


6.
จงอย่าปล่อยให้การทะเลาะเบาะแว้งด้วยเรื่องเพียงเล็กน้อย มาทำลายมิตรภาพอันยิ่งใหญ่ของคุณ


7.
เมื่อคุณรู้ว่าทำผิด จงอย่ารอช้าที่จะแก้ไข


8.
  จงใช้เวลาในการอยู่ลำพังผู้เดียวในแต่ละวัน

9.
จงอ้าแขนรับการเปลี่ยนแปลง
    แต่อย่าปล่อยให้คุณค่าของคุณหลุดลอยจากไป

10.
จงระลึกไว้ว่า บางครั้งความเงียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด


11.
  จงดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อที่ว่าเมื่อคุณสูงวัยขึ้นและคิดหวนกลับมาคุณจะสามารถมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำลงไปได้อีกครั้ง

12.
  บรรยากาศอันอบอุ่นในครอบครัวเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิต

13.
  เมื่อเกิดขัดใจกับคนที่คุณรัก ให้หยุดไว้แค่เรื่องปัจจุบัน อย่าขุดคุ้ยเรื่องในอดีต

14.
จงแบ่งปันความรู้ เพื่อเป็นหนทางก้าวสู่ความเป็นอมตะ


15.
จงสุภาพกับโลกใบนี้


16.
จงหาโอกาสท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่คุณไม่เคยไป อย่างน้อยก็ปีละครั้ง


17.
  จำไว้ว่า ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด คือความรักมิใช่ความใคร่

18.
  จงตัดสินความสำเร็จของตนด้วยสิ่งที่ต้องเสียสละ

19.
จงเข้าใกล้ความรักด้วยการปล่อยวาง

เงินไม่กี่ร้อยบาท มีค่ามากนะครับ . . . 
 

         ในขณะที่ใครหลายๆ คนกินอิ่ม นอนหลับอยู่ในบ้านที่แสนสบาย ใช้เงินฟุ่มเฟือยเต็มสูบไม่มีจำกัด อยากได้อะไรซื้อ อยากกินอะไรกิน ทิ้งๆ ขว้างๆ บ้างตามประสาคนเหลือกินเหลือใช้ แต่ในอีกมุมหนึ่ง...กลับมีคนที่ยอมเดินด้วยเท้า จากจังหวัดอุบลราชธานี ไปยังจังหวัดอยุธยา ด้วยระยะทางไกลมากว่า 600 กิโลเมตร เพียงเพื่อเงินวันละ 20 บาท

         วันนี้ผมมีเรื่องมาเล่า (แต่คงเล่าผิดที่) ถึงแม้ไม่ได้เจอกับตัวเอง แต่ว่าก็เกิดกับคนใกล้ตัวของผมเอง และมันเป็นเรื่องจริง...เรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พี่ชายผมกับครอบครัว ขับรถพาลูกไปเที่ยวที่อยุธยา ระหว่างทางก็เห็นชายแก่คนหนึ่ง เดินอยู่ข้างถนน แบกถุงปุ๋ยเดินอยู่ กลางแดดกลางวันร้อนๆ ยามบ่าย พี่ผมก็จอดรถถาม ว่า "ตาจะไปไหน" ... หลังจากพูดคุยคร่าวๆ ก็ได้ชวนแกขึ้นรถ จะพาไปส่งทางข้างหน้าอีกนิด ระหว่าง ที่แกขึ้นรถ พี่สะใภ้ ผมก็ได้ถามแก... แล้วได้ทราบคร่าวๆ ว่า

         พี่สะใภ้ :
ตาจะไปไหนเนี่ย ตามาจากไหน ทำไมมาเดินอยู่แถวนี้ ไปหาใครล่ะ

         ตา :
อ่อ ตาไม่มีญาติหรอก ตา จะไปอยุธยาน่ะ มีคนบอกว่าที่ยุดยามีวัวเยอะ ตาจะไปรับจ้างเลี้ยงวัวสักหน่อย

         พี่สะใภ้ :
อ้าว แล้วตามาจากไหนล่ะ

         ตา :
ตามาจากอุบล -*- ตาเดินมา ตาไม่มีเงินขึ้นรถ

         พี่สะใภ้ :
โห!!! เดินมาจากอุบล มาอยุธยาเนี่ยนะ


       
 หลังจากคุยกันเลยทราบว่า . . . ตาแกอายุ 76 ปี ไม่มีบ้าน ไม่มีครอบครัว แกอาศัยอยู่วัด ขอข้าววัดกิน มีลูก 2 คน ชาย-หญิง แต่ว่าแยกย้ายไปมีครอบครัวกันหมดแล้ว แล้วก็ไม่เคยกลับมาหาเป็นสิบๆ ปีแล้วด้วย ตาแกบอกว่า ขนาดแม่มันต
าย ทุกวันนี้มันยังไม่รู้เลย . . . เอ่อ แล้วช่างเศร้าใจ

         ตาแกออกเดิน มาตั้งแต่ช่วง หลังสงกรานต์ จะมาอยุธยา ตามคนบอกเล่า ไม่รู้แกได้ยินใครมา (แต่อยุธยามีวัวเยอะจริงๆนะครับ ผมเคยเห็น) ด้วยความที่ไม่มีเงิน จึงตัดสินใจเดินมา

         จากที่ได้เห็น ท่าทางแกเพลียมาก เวลาคุยก็ดูสั่นๆ นิดๆ เนื้อตัวค่อนข้างเลอะ และมีรอยยุงกัดเยอะแยะ เพราะแกนอนข้างถนน นอนศาลา เงินก็มีติดตัวแค่... แกควักให้ดู มีเหรียญ 5 บาท ใหม่ๆ 1 เหรียญ กับเหรียญบาท สภาพเก่าๆ เก็บจนเหลือง-ดำ นับรวมแล้วมี 15 บาท แล้วก็ได้มัน-เผือกต้มมาถุงหนึ่ง ที่ก่อนหน้านี้แม่ค้าขายของอยู่ริมทางได้ให้แกด้วยความสงสาร ตาแกบอก เขาใจดี เขาให้โดยไม่คิดเงิน

         (ดวง)ตาแก ก็ดูไม่ค่อยชัดด้วย เหมือนจะเป็นต้อตามอายุ

         มีน้ำใส่ขวดโพลาลิสต์ ขวด 5 บาทเก่าๆ แต่น้ำในขวด ขุ่นๆ ดำๆ แกหยิบขึ้นมาดื่ม พี่ผมก็ตกใจ หาน้ำในรถให้ไม่ทัน มัวแต่อึ้ง บวกกับตอนนั้น ไม่มีน้ำอยู่ในรถด้วย

         ตาแกเดิน แบกลาก-สะพาย ถุงปุ๋ย ที่ทำออกมาเหมือนถุงย่าม เดาว่าน่าจะเป็นถุงเสื้อผ้า อีกมือข้างหนึ่ง แกถือ ห่อถุงเถ้ากระดูกเมีย (โอยยยยย... ไม่ไหวแล้วยิ่งเห็นยิ่งสงสาร)

     
   รู้ไหมครับ ว่าค่าจ้างที่แกได้ยินว่า พอจะมีงานให้แกทำ ได้วันละเท่าไร . . . วันละ 20 บาทครับ แลกกับการเดินมาจากอุบลฯ ด้วยร่างกายของคน อายุ 76 ปี

       
 พี่ผมได้ให้ร่มแกไป คันนึงที่มีอยู่ในรถ ไม่รู้ว่าจะใช้เป็นรึเปล่า ลืมสอนวิธีใช้ไปด้วย มาเป็นห่วงอีกทีหลัง กับเงินสดที่มีติดตัวได้ให้ไปแค่ 190 บาท แกดีใจมากครับ ดีใจอะไรรู้ไหม แกดีใจที่แกได้ร่มครับ แกยิ้มดีใจ ลูบๆ คลำๆ ร่มคันนั้น แกชอบมันมากกก รอยยิ้มเต็มใบหน้า หน้าตาแกดีใจมากกกก

         นี่แค่ฟังขนลุกเลยครับ . . . แล้วถ้าผมอยู่ในเหตุการณ์นั้น ผมกลัวและก็หวั่นว่า ผมคงร้องไห้ไปแล้ว . . .

         พอส่งแก ลงรถ พี่ผมก็มาคุยกันต่อว่า ที่แกเดินมาเพราะแกคงอยากทำงานหาเลี้ยงเอง แกคงไม่อยากจะขออาศัยวัดกิน มีมือมีเท้าก็อยากทำให้เกิดประโยชน์ นี่ความคิดของพวกเราที่คุยกันนะ

         เดินจาก อุบล - มาอยุธยา ถ้าเป็นคนสมัยก่อน รุ่นคุณตา ของเรา เขาเดินกันจริงๆนะครับ เดินกันเป็น อาทิตย์ เป็นเดือนๆ ข้ามจังหวัดเนี่ย ไม่ใช่เรื่องแปลก ตาของผม ที่เสียไปแล้ว ท่านเคยเล่าให้ฟัง ว่าแกก็เดินเหมือนกัน เพียงแต่ผมไม่เคยคิดว่า ผ่านมาจนสมัยนี้แล้ว. . . . . มีรถ มีการเดินทางทันสมัย แต่ยังมี ชายแก่ อายุขนาดนี้ ต้องเดินอยู่อีก ด้วยความจน ด้วยความที่แกไม่มีเงิน ไม่มีบ้าน . . . มันช่างน่าเศร้านะครับ สงสารจัง . . .

         ที่เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นของวันที่ 31 พฤษภาคมนะครับ ไม่ใช่เรื่องแต่งขึ้น ไม่ใช่เรื่องตามฟอเวิร์ดเมล์ทั่วไป ที่เอามาเล่าแค่อยากจะบอกว่า เราโชคดีมาก โชคดีเหลือเกิน ที่มีกินมีใช้ เกิดมาไม่ลำบาก มีพ่อแม่ มีเงินให้ใช้ ต่อไปนี้เราต้องรู้จักใช้เงินนะครับ รู้จักเพียงพอ ทำอะไรคิดก่อนบ้าง ว่าเงินไม่กี่ร้อยบาท มันทำอะไรได้เยอะแยะ ถ้าตาคนนั้น แกมีเงิน สัก 500 บาท(ประมาณ)นะ ผมว่าแกคงไม่ต้องเดินแล้วล่ะครับ แกคงนั่งรถทัวร์ จากอุบล - เข้ากรุงเทพ - แล้วไปอยุธยาได้แล้ว หรือไม่ก็ไปทำอย่างอื่นแทน ไม่ต้องลำบากขนาดนี้ แต่นี่เพราะแกไม่มีทางเลือก เรื่องมันก็เลยน่าเศร้าแบบนี้ครับ

 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณแค่อยากแบ่งปัน

edit @ 12 Jun 2009 18:55:53 by Impossible

[555] การแก้แค้นของจอห์นนี่

posted on 31 May 2009 21:03 by impossibleblog

จอห์นนี่ เด็กชายอายุ 10 ขวบ เดินไปตามทาง..

มือนึงลากรถลาก

อีกมือนึ่งดึงเชือกที่ผูกติดกับซากกบตัวแบนแต๊ดแต๋..

เมื่อเขาเดินมาถึงหอนางโลม.. เขาก็เคาะประตู..

หญิงวัยกลางคนนางนึงออกมาเปิดประตู

และเมื่อหญิงผู้นั้นเห็นจอนห์นี่กับรถลากและซากกบ

หล่อนจ้องมองเขาแล้วถามว่าเขาต้องการอะไร

จอห์นนี่ตอบว่า \"ผมรู้น่าว่าคุณขายอะไร ผมมีเงินนะ

และผมก็จะไม่ไปไหนจนกว่าผมจะได้สิ่งที่ผมต้องการ\"

หญิงผู้นั้นขำ และคิดจะหยอกเด็กน้อยเล่น

หล่อนจึงบอกให้เขาเข้ามาข้างในก่อน

\"เข้ามาสิ แล้วก็เลือกหญิงสาวที่เธอต้องการ\"

จอห์นนี่ถามว่า  \"มีสาวคนไหนที่เป็นโรคบ้างมั้ยเนี่ย?\"

หญิงวัยกลางคนประหลาดใจนิดๆแต่หล่อนก็ตอบไปว่า

\"ไม่มีหรอก\"

จอห์นนี่เถียง \"แต่ผมได้ยินพวกผู้ชายพูดกันนะว่า

ใครที่มีเซ็กซ์กับนางมาเบลที่หอนางโลมแล้วนั้น

จะต้องไปโรงพยาบาลและโดนฉีดยา...

ผมเอาคนนั้นแหละ.. ผมขอเลือกมาเบล..

ผมมีตังค์จ่ายน่า ไม่ต้องห่วง\"

หญิงวัยกลางคนมองจอห์นนี่อย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

แต่ในที่สุดหล่อนก็บอกจอห์นนี่ว่า

\"เอาหล่ะ ถ้าอย่างงั้นจะเลือกมาเบลก็ได้

ขึ้นไปชั้นบนนะ มาเบลอยู่ห้องแรกทางขวามือ\"

จากนั้นจอห์นนี่ก็เดินไปที่บันไดพร้อมกับลากซากกบที่ถูกรถทับไปด้วย..

10 นาทีต่อมา

เขาก็เดินลงบันไดมา

มือก็ยังลากซากกบตายอยู่อย่างนั้น

เขาจ่ายเงินให้หญิงวัยกลางคน

แล้วจูงรถลากมุ่งหน้าไปทางประตู

หญิงวัยกลางคนเรียกให้เค้าหยุดก่อนแล้วถามว่า

\"ถามหน่อยเถอะ

ไหน ๆ เธอก็รู้เรื่องของมาเบลแล้ว

แล้วทำไมถึงเลือกสาวคนเดียวที่ติดโรคอีก?

ทำไมไม่เลือกคนอื่นหล่ะ?\"

จอห์นนี่ตอบว่า..

\"อ๋อ..มันเป็นแผนการแก้แค้นของผมน่ะ..

คืนนี้พอผมกลับบ้าน

พ่อกับแม่จะออกไปกินข้าวนอกบ้านกัน

แล้วทิ้งให้ผมอยู่กับพี่เลี้ยง

พอพ่อกับแม่ออกไป

ผมก็จะฟันพี่เลี้ยงซะ..

แล้วพี่เลี้ยงผมก็จะติดโรคที่ผมเพิ่งติดไปเนี่ยแหละ..

พอพ่อกับแม่กลับมาบ้าน

พ่อก็จะขับรถไปส่งพี่เลี้ยงของผม

ระหว่างทางพ่อก็จะฟันพี่เลี้ยง..

แล้วพ่อก็จะติดโรค..

พอพ่อกลับมาบ้าน พ่อก็มีอะไรกับแม่..

แล้วแม่ก็จะติดโรคอีก..

แล้วพอถึงตอนเช้า พอพ่อไปทำงาน

คนส่งนมก็จะมาส่งนม

แล้วเขาก็จะฟันแม่ผม..

แล้วเขาก็จะติดโรค..

ไอ้คนส่งนมเนี่ยแหละครับที่มันขับรถทับกบของผมตาย\"

เว็บ Dek-d

เภสัช
แค่ก . . . แค้ก . . . ขอยาให้ผมหน่อย ผมมีอาการ ไอ . . . เลิฟยู


พยาบาล 
หน้าที่ของผม คือ เยียวยา พอรักษาหายเธอก็จากไป

 
สัตวแพทย์
Love me, Love my dog.

 
นิเทศศาสตร์
อกหักไม่ใช่เรื่องใหญ่ ยังเล่นใหม่ได้อีกหลายเทค

 
จิตวิทยา 
สะกดจิตเป็นเรื่องง่าย สะกดใจเป็นเรื่องยาก

 
นิติศาสตร์
โธ่เอ๊ย . . . ความรักนี่ช่างไม่ยุติธรรมเลย 

 บัญชี 
คำนวณตัวเลขอาจใช้เวลาเพียงเสี้ยวนาที แต่คำนวณใจเธอนั้นต้องใช้เวลาเป็นปี

รัฐศาสตร์ 
หนุ่มรัฐศาสตร์ขอบอกเธอว่า รัก . . . สาด . . . สาด

ครุศาสตร์ 
ผมสามารถสอนคุณได้ทุกอย่าง แต่มีเรื่องเดียวที่อยากให้คุณสอนผม . . .

อักษรศาสตร์
หว่ออ้ายหนี่ ติอาโม เฌอแตม ไอเลิฟยู รักหลายเด้อ 

 เศรษฐศาสตร์ 
ได้ใจเธอคือกำไร เธอไม่สนใจคือเท่าทุน 

 โครงการพัฒนา software 
Hard disk ของเธอมีกี่ "กิ๊ก" ส่งใจไปเท่าไหร่ก็ไม่เต็มซะที

แพทย์ 
บุหรี่ผมก็ไม่สูบ สุขภาพก็ดูแลดี แต่พอเจอเธอทุกที . . .  มีอาการโรคปอดขึ้นทันใด

วิทยาศาสตร์ 
ความรักไม่มีสูตรตายตัว 

 ศิลปกรรม 
ปั้นเท่าไหร่ก็ไม่เหมือน เพราะเธอน่ารักขึ้นทุกวัน

วิทย์กีฬา 
ร่างกายแข็งแรง แต่หัวใจอ่อนแอ 

 
สหเวชศาสตร์
ไม่รู้เครื่องเอ็กซเรย์ เสียหรือเปล่า เพราะเอ็กซเรย์ลงไปก็เจอแต่หน้าเธอ

สถาปัตย์ 
รักออกแบบไม่ได้ 

ทันตแพทย์
ถ้าตรวจฟันผมคงเจอแมงกินฟัน ถ้าตรวจหัวใจผมคงเจอเธอกินใจ 

วิศวะ 
คณะเราผู้ชายมันเยอะนี่หว่า . . . ดูไปดูมานายก็น่ารักดีนะ

 

ขอบใจ FW: จากพี่นัท

ฉันเกิดในหมู่บ้านบนภูเขาที่ห่างไกลผู้คน แต่ละวันพ่อแม่ของฉันต้องพรวนดินในไร่ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุ ฉันมีน้องชายอยู่หนึ่งคน อายุน้อยกว่าฉัน 3 ปี วันหนึ่งฉันขโมยเงินของพ่อเพื่อไปซื้อผ้าเช็ดหน้าที่เพื่อนๆ ของฉันมีกันจากนั้นพ่อก็รู้เรื่อง ่พ่อให้ฉันกับน้องคุกเข่าหันหน้าเข้าหากำแพง โดยที่ในมือพ่อมีก้านไม่ไผ่อยู่หนึ่งก้าน 
"ใครขโมยเงินไป" พ่อตวาด 
ฉันกลัวมาก ไม่กล้าพูดอะไรออกไป น้องชายฉันก็เช่นกัน พ่อจึงเอ่ยขึ้นว่า "ก็ได้ ในเมื่อไม่มีคนรับสารภาพ ก็ต้องโดนลงโทษทั้งคู่นั่นล่ะ" 
พ่อชูก้านไม้ไผ่ในมือขึ้น ทันใดนั้น น้องชายของฉันก็ลุกขึ้นคว้าข้อมือของพ่อไว้ แล้วพูดว่า "ผมขโมยเองครับ" 
ก้านไม้ไผ่ก้านนั้นได้กระหน่ำลงบนหลังของน้องของฉันอย่างต่อเนื่อง พ่อโกรธมาก พ่อตีน้องของฉันไม่หยุดจนพ่อหอบด้วยความเหนื่อย พ่อนั่งลงบนเก้าอี้ และด่าว่าน้องชายของฉัน "ของคนในบ้านแกเอง แกยังขโมยได้ต่อไปแกจะทำชั่วอะไรอีก แกน่าจะโดนตีให้ตาย ไอ้หัวขโมย" 
คืนนั้น ฉันกับแม่กอดน้องชายของฉันไว้ หลังของน้องมีแผลเต็มไปหมด แต่เขาไม่ได้ร้องไห้แม้แต่น้อย กลางดึกคืนนั้น ฉันนอนร้องไห้เสียงดัง และนานมาก น้องเอามือเล็กๆ ของเขามาปิดปากฉันไว้ แล้วพูดว่า "พี่ครับ ไม่ต้องร้องไห้นะมันผ่านไปแล้ว" 
ยังไงฉันก็อดที่จะเกลียดตัวเองไม่ได้ ที่ไม่มีความกล้าจะบอกความจริงกับพ่อ หลายปีผ่านไป แต่เหมือนกับว่าเหตุการณ์มันเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้เอง ฉันไม่อาจลืมคำพูดของน้องชายตอนที่เขาปกป้องฉันได้เลย 
ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 8 ปี ส่วนฉันอายุ 11 ปี... 
เมื่อตอนที่น้องชายของฉันใกล้จบ ม.ต้น เขาได้รับการตอบรับจากโรงเรียน ม.ปลาย ว่าเขาสอบได้ ในขณะที่ฉันซึ่งใกล้จบ ม.ปลาย 
ก็ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยของจังหวัดเช่นกัน คืนนั้น พ่อได้นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่สวนหลังบ้าน ฉันแอบได้ยินพ่อพูดว่า "ลูกเราทั้งคู่เรียนดี เรียนดีมากนะ" แม่ซึ่งนั่งเช็ดน้ำตาอยู่ข้างๆ พ่อ ได้พูดว่า 
"แล้วเราจะส่งเสียลูกทั้งคู่ได้อย่างไร ในเมื่อเราก็ไม่ค่อยมีเงิน" 
ทันใดนั้น น้องชายของฉันได้เดินเข้าไปหาพ่อ แล้วพูดว่า "ผมไม่ต้องการเรียนต่อผมอ่านหนังสือมามากพอแล้ว" พ่อเหวี่ยงมือตบลงที่แก้มของน้องของฉันฉาดใหญ่ "ทำไมถึงคิดโง่ๆ อย่างนี้ ต่อให้พ่อต้องไปเป็นขอทานข้างถนน พ่อก็จะส่งแกทั้งคู่เรียนจนจบให้ได้" 
คืนนั้นทั้งคืน พ่อได้เดินไปตามบ้านต่างๆ ทั่วทั้งหมู่บ้าน เพื่อขอยืมเงิน 
ฉันค่อยๆ เอามือประคบแก้มบวมๆ ของน้องชายเบาๆ และคิดว่า 
"ต้องให้น้องได้เรียนต่อ ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่อาจหลุดพ้นชีวิตลำบากเช่นนี้ไปได้" แต่ในขณะเดียวกันฉันก็ไม่อาจล้มเลิกความคิดอยากจะเรียนต่อไปได้ ใครจะรู้ได้ .... 
วันต่อมาในตอนเช้ามืด น้องชายของฉันได้ออกจากบ้านไปพร้อมทั้งเสื้อผ้าติดตัวเพียงไม่กี่ชิ้น และถั่วเพียงเล็กน้อยเพื่อประทังความหิว 
ก่อนไปเขาได้ทิ้งข้อความไว้ใต้หมอนของฉัน ขณะฉันกำลังหลับ 
"พี่ครับ การจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ ไม่ใช่ง่ายๆ นะ .... ผมจะไปหางานทำ แล้วจะส่งเงินมาให้พี่" 
ฉันนั่งอยู่บนเตียง อ่านข้อความของน้องชายด้วยน้ำตานองหน้า .... 
ฉันร้องไห้จนเสียงแหบแห้งไป ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 17 ปี ส่วนฉันอายุ 20 ปี .... 
ด้วยเงินที่พ่อยืมมาจากคนในหมู่บ้าน รวมกับเงินที่น้องชายของฉันได้รับเป็นค่าจ้างมาจากการทำงานเป็นกรรมกรแบกหามที่ไซท์ก่อสร้ 
าง .... ฉันจึงสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้จนถึงปี 3 
วันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องพัก เพื่อนร่วมห้องของฉันได้เข้ามาบอกว่า "มีชาวบ้านมาหาเธออยู่ข้างนอกแน่ะ" ทำไมชาวบ้านถึงมาหาฉันล่ะ ??? ฉันเดินออกไปแล้วมองเห็นน้องชายของฉันยืนอยู่ ตัวของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นปูนและทรายจากงานก่อสร้าง...ฉันถามเขาว่า "ทำไมไม่บอกเพื่อนพี่ไปว่าเป็นน้องชายพี่ล่ะ" 
น้องชายของฉันตอบยิ้มๆ ว่า "ก็ดูผมสิ สกปรกมอมแมมออกอย่างนี้ขืนบอกว่าเป็นน้องพี่ เพื่อนๆ ก้อได้หัวเราะเยาะพี่กันพอดี" 
ฉันค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปปัดฝุ่นให้น้อง และพยายามพูดด้วยเสียงเครือๆในลำคอ "พี่ไม่สนใจว่าใครจะพูดยังไง เธอเป็นน้องของพี่ 
ไม่ว่าเธอจะดูเป็นอย่างไรก็ตาม" 
จากนั้น น้องของฉันได้ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง เป็นกิ๊บหนีบผมรูปผีเสื้อ ... เขาติดกิ๊บให้ฉันแล้วพูดว่า "ผมเห็นสาวๆ ในเมืองเค้าติดกัน ผมเลยอยากให้พี่ติดบ้าง" 
ฉันหมดเรี่ยวแรงลงในทันใด ดึงน้องชายเข้ามาสวมกอดและร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานาน ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 20 ปี ส่วนฉันอายุ 23 ปี .... 
วันที่ฉันพาแฟนหนุ่มของฉันมาที่บ้านเป็นครั้งแรก ฉันสังเกตเห็นว่า หน้าต่างบ้านที่เคยแตกไป ได้ถูกซ่อมเรียบร้อยแล้ว เมื่อเข้าไปในบ้านก็เห็นว่าบ้านสะอาดขึ้นมาก หลังจากที่แฟนของฉันกลับไป ฉันพูดกับแม่ว่า "แม่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อทำความสะอาดบ้านกับซ่อมกระจก เพียงเพราะหนูจะพาแฟนมาที่บ้านหรอกนะคะ" 
แม่ยิ้ม แล้วพูดว่า "แม่ไม่ได้จ้างหรอกน้องชายลูก ต่างหาก วันนี้เค้าขอเลิกงานเร็วเพื่อกลับมาทำความสะอาดบ้าน ลูกยังไม่เห็นมือน้องหรอกเหรอ น้องโดนกระจกบาดตอนกำลังเปลี่ยนกระจกบานใหม่น่ะ" 
ฉันรีบเข้าไปหาน้องที่ห้องนอนของเขา ฉันรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับร้อยเล่มทิ่มลงกลางใจเมื่อได้เห็นบาดแผลบนมือ ฉันจับมือน้องเอาไว้อย่างเบามือที่สุด "เจ็บมากไหม" ฉันถาม 
"ไม่เจ็บสักหน่อย พี่ก็รู้นี่ผมทำงานก่อสร้างนะ วันๆ มีหินตกมาใส่เท้าผมเต็มไปหมด แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมคิดเลิกทำงานหรอกนะ 
และ..." 
น้องชายของฉันยังพูดไม่จบประโยค แต่ก็ต้องหยุดพูด เพราะฉันหันหน้าหนีเขา น้ำตาไหลอาบหน้าของฉันอีกครั้งตอนนั้นน้องของฉันอายุ 23 ปี ส่วนฉันอายุ 26 ปี... 
หลังจากนั้น ฉันก็ได้แต่งงานและย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง หลายครั้งที่สามีของฉันชักชวนให้พ่อแม่ของฉันย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองด้วยกัน 
แต่ท่านทั้งสองก็ปฏิเสธ ท่านบอกว่า ท่านเคยย้ายออกจากหมู่บ้าน 
ครั้ งหนึ่ง แต่เมื่อออกไปแล้ว ท่านไม่รู้จะทำอะไรดี จึงได้ย้ายกลับเข้ามาใช้ชีวิตในหมู่บ้านตามเดิม 
น้องชายของฉันก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้เขาและพ่อแม่ย้ายออกไป เขาบอกกับฉันว่า "พี่คอยอยู่ดูแลพ่อและแม่ของสามีพี่ทางนั้นเถอะ ผมจะดูแลพ่อและแม่ทางนี้เอง" 
สามีฉันได้ขึ้นเป็นประธานของบริษัทของครอบครัว เราทั้งคู่อยากให้น้องชายของฉันเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการบริษัท แต่น้องชายของฉันก็ไม่รับตำแหน่งนี้ เขาขอเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานธรรมดา 
วันหนึ่ง น้องชายของฉันต้องปีนบันไดขึ้นไปซ่อมสายเคเบิล และตกลงมาเพราะโดนไฟดูด เขาถูกรีบหามส่งโรงพยาบาล ฉันและสามีรีบไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล น้องชายของฉันขาหักต้องเข้าเฝือกที่ขา ฉันโกรธมาก จึงตวาดน้องไปว่า "ทำไมถึงไม่ยอมรับตำแหน่งผู้จัดการ หา ถ้าเป็นผู้จัดการก็จะได้ไม่ต้องมาทำงานเสี่ยงๆ อย่างนี้ 
ดูตัวเองซิ เจ็บเจียนตายอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมฟังพี่บ้าง" 
คำตอบจากปากน้องของฉันรวมถึงสีหน้าเคร่งเครียด ยังยืนยันความคิดเดิมของเขา "พี่ลองคิดถึงพี่เขยสิครับ พี่เขยเพิ่งจะได้เป็นประธาน 
ส่วนผมมันการศึกษาต่ำ ถ้าผมได้เป็นผู้จัดการ คงจะมีเสียงนินทาว่าร้ายเต็มไปหมด" 
น้ำตาปริ่มดวงตาของฉัน รวมทั้งสามีของฉันด้วย .... ฉันบอกกับน้องว่า "แต่ที่เธอไม่ได้เรียนต่อก็เพราะพี่..." 
"ทำไมต้องพูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วด้วยล่ะครับ" น้องชายของฉันจับมือฉันไว้ ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 26 ปี ส่วนฉันอายุ 29 ปี... 
เมื่อน้องชายของฉันอายุได้ 30 ปี เขาได้แต่งงานกับสาวชาวนาในหมู่บ้านเดียวกัน ในงานแต่งงาน ประธานในงานได้ถามน้องชายของฉันว่า "ใครคือคนที่คุณรักที่สุดในชีวิตนี้" 
น้องชายของฉันตอบอย่างไม่ลังเล "พี่สาวของผมครับ" .... 
และเขาก็เล่าเรื่องราวที่แม้แต่ฉันยังจำไม่ได้ 
"ตอนผมอยู่โรงเรียนประถม โรงเรียนอยู่อีกหมู่บ้ านหนึ่ง เราสองคนพี่น้องต้องใช้เวลาถึง 2 ชม. เพื่อเดินไปเรียน และเดินกลับบ้าน วันหนึ่งผมทำถุงมือหายไปข้างหนึ่ง พี่สาวผมจึงได้ให้ถุงมือของเธอข้างหนึ่ง 
และเธอก็ใส่ถุงมือเพียงข้างเดียวเดินเป็นระยะทางไกล เมื่อเรากลับถึงบ้านมือเธอบวมแดงเพราะอากาศหนาว เธอไม่สามารถจับช้อนทานข้าวได้ด้วยซ้ำ . นับจากวันนั้น ผมสาบานกับตัวเองว่าตลอดชีวิตของผม ผมจะดูแลพี่สาวของผมให้ดี และจะทำดีกับเธอ" 
เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่ว สายตาทุกคู่ของแขกเหรื่อหันมาจับจ้องที่ฉัน คำพูดจากปากฉันออกมาอย่างยากลำบาก .... "ในโลกใบนี้ คนเดียวที่ฉันรู้สึกขอบคุณที่สุด คือน้องชายของฉันค่ะ" 
ในวาระที่มีความสุขที่สุดเช่นนี้ น้ำตาได้รินไหลออกมาจากสองตาของฉันอีกครั้ง... 
จงรัก และห่วงใยคนที่คุณรักในทุกๆ วันในชีวิตของคุณและเขา คุณอาจจะคิดว่าสิ่งที่คุณทำให้ใครสักคนเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่สำหรับคนคนนั้น อาจจะมีความหมายมากอย่างคาดไม่ถึง ไม่ว่าเขาคนนั้นจะคือ พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ คนรัก เพื่อน หรือแม้คนที่คุณไม่รู้จัก ก็ตาม

 

ขอบใจ น้องพรีม สำหรับ FW:

เรื่องของ bodyslam

posted on 21 May 2009 14:54 by impossibleblog

.........ทำไมวง bodyslam ต้องใส่ชุดดำเพราะว่า " นาฬิกาตาย "

 

 


ทำไมนาฬิกาตายเพราะกิน " ยาพิษ "

ทำไมต้องกินยาพิษเพราะ " อกหัก "

ทำไมถึงอกหักเพราะว่า " งมงาย "

ทำไมถึงงมงายเพราะ " ชีวิตเป็นของเรา "

ทำไมชีวิตต้องเป็นของเราเพราะเรามี " ความเชื่อ ''

เราเชื่อใน " ปลายทาง "

ที่ปลายทางมี " ขอบฟ้า "

ที่ขอบฟ้ามี " อากาศ "

อากาศเกิดขึ้นเมื่อ " หลังฝน "

หลังฝนมี " จันทร์ยังเต็มดวง "

หลังจากจันทร์ยังเต็มดวงมี " แสงแรก "

แสงเดินทางภายใน " เสี้ยววินาที "

เราทำอะไรได้ภายในเสี้ยววินาที " แค่หลับตา "

เราหลับตาเพราะ " คนมีตังค์ "

คนมีตังค์เกี่ยวอะไรกับแค่หลับตาวะ ไม่รู้โว้ยย " ยิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ "

ทำยังไงถึงจะเข้าใจ " ย้ำ "

ย้ำว่าเราควร " ห้ามใจ "

ทำไมต้องห้ามใจเพราะเรา " เจ็บจนวันนี้ "

ไม่มีคนให้คุยด้วยเราเลยทำได้แค่ " พูดในใจ "

ก่อนที่เราพูดในใจเราต้อง " ขอบคุณน้ำตา "

น้ำตาทำให้เรามี " ท่านผู้ชม "

เหมือนในละคร ในละครเรามีอาการ " หวั่นไหว "

และในละครเรามีลักษณะนิสัยคือ " ความซื่อสัตย์ "

ความซื่อสัตย์ทำให้ " เรา "

กลายเป็น " คนที่ถูกรัก "

เราเป็นคนรักไม่ดีแต่ " สักวันฉันจะดีพอ "

แล้วเมื่อไหร่ฉันถึงจะดี " ไม่รู้เมื่อไหร่ "

ทำไมถึงไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เพราะตอนนี้เป็น " นาทีสุดท้าย "

นาทีสุดท้ายนี้เป็นแค่ " ภาพลวงตา "

ภาพลวงตาทำให้เราไม่เห็นแต่เราได้ยิน " พลังดนตรี "

พลังดนตรีทำ " ให้รักนั้นพาสองเราไปด้วยกัน "

แต่สุดท้ายก็จบลงที่ " ทางของฉันฝันของเธอ "

ทำไมต้องทางของฉันฝันของเธอ เพราะฟัง " Bodyslam

 

ขอมอบแด่....สาวก bodyslam ^^

ขอบคุณ Dek-d

พจนานุกรม ฉบับนักเรียน 555

posted on 16 May 2009 15:46 by impossibleblog
 

...
การบ้าน -   
1. วัตถุอย่างหนึ่ง มีคุณสมบัติทางกายภาพคล้ายไวน์
ต้องหมักบ่มไว้เป็นสัปดาห์ จนเย็นวันสุดท้าย(ก่อนส่ง)
จึงค่อยหยิบขึ้นมาทำ จะได้รสชาติซาบซ่านดีแท้
(คำเตือน : ห้ามหมักบ่มเกิน 3 วิชา มิฉะนั้นคืนก่อนส่ง
อาจมีอาการตาค้าง ไม่ต้องนอนทั้งคืน)  

2. สิ่งที่มักค้นไม่เจอในกระเป๋าตอนวันส่ง 

กำ - (ภาษาวัยรุ่น) คำอุทาน เวลาค้นกระเป๋าจนทั่ว
แต่เจือกหาสมุดการบ้านไม่เจอ 

เกมส์ - วัตถุอย่างหนึ่ง สำคัญกว่าการบ้าน 800 ล้านเท่า 
ได้มาปุ๊บต้องเล่นทันที มิฉะนั้นจะทำให้ฟุ้งซ่าน ลงแดง
บางรายอาจมีอาการคลุ้มคลั่งแทรกซ้อน
ควรปรึกษาอาเจ้ร้านเกมส์แถวบ้านท่านอย่าเร่งด่วน
(คำเตือน : ยังไงก็แบ่งเวลาให้เป็นแล้วกันนะน้อง)

กิ๊ก - วัตถุไวไฟ
ไม่ควรนำมาใกล้กับแฟน............ทางที่ดีไม่มีจะดีกว่านะเฟ่ย

กระทรวง - การศึกษาบ้านเราจะเจริญก้าวหน้ามากถ้าไม่มีสิ่งนี้
(ปล. เอ๊ เราไม่ได้ระบุน๊าาาว่ากระทรวงอะไร หึหึ)

การ์ตูน -
1. หนังสืออ่านนอกเวลา อาจอ่านในเวลาได้เป็นบางโอกาส
เวลาที่ครูหันไปเขียนกระดาน
2. หนังสือที่มีชั้นวางเป็นอย่างดี
ในขณะที่หนังสือเรียนถูกเก็บในลิ้นชัก....
3.(แบน)การ์ตูน ผลงานเชิดหน้าชูตา(งามหน้า)แห่งปี
ของกระทรวง...
อะเด่อ....ได้เสียงชื่นชมจากผู้ปกครองไปเยอะล่ะเซ่

กวดวิชา - ข้ออ้างแม่ไปเที่ยวสยาม

.....

ขึ้นเขียง -
การเดินเข้าสอบอย่างมาดมั่นโดยไม่มีหนังสือซักตัวอยู่ในหัวเลย

ข้างๆ - โอกาสสุดท้าย ก่อนขึ้นเขียง ..........เอ้า หันไปดูซะ

ขึ้นเขียงชัวร์ - อาการเมื่อคน"ข้างๆ" มันเจือกไม่มีอะไรในหัวมาเหมือนกัน

ไข่ - สัญลักษณ์แห่งผู้กล้า
มักปรากฏที่หัวมุมข้อสอบของคุณพวกหันไปดู"ข้างๆ"
แบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ใครได้มาครอบครองจะมีอำนาจพิเศษ....
สามารถออกห้องสอบได้ทุกเมื่อ

เขียม - เก็บออม ใช้เงินประหยัด .....แต่จะดีมาก
ถ้าเอ็งไม่เอาไปเล่นปังย่า =="

ขึ้นคาน - กลัวกันจิ๊งงง พวกผู้หญิงทั้งหลาย ยังมีเวลาอีกเยอะ
ไม่ต้องรีบหาหรอก น้องเอ๋ย

ข้อสอบรั่ว - ข้อสอบมันรั่วจริงๆนะ
ไม่มีอะไรเกี่ยวกับตระกูลชินวัตรเลยจริงจริ๊งง.....
โปร่งไซ้โปร่งใส

.......

เคมี (หรรษา) -
1. 1 ใน 3 วิขาแสนสนุกของสายวิทย์
(ฟิสิกส์แสนสนุก เคมีหรรษา และ ชีวะฮาเฮ) ,
2. ABC ขั้นสูง สอนให้เรารู้ว่าบางที
Na ไม่จำเป็นต้องอ่านว่า นา เสมอไป
(สถานีต่อไป.......โซเดียม โซเดียม = =" )

คอร์สเอนท์ -
1. เสียไป 7500 เพื่อไปนั่งตูดบาน ฟังคนใบ้หวย
(เก็งข้อสอบ)  ตั้งแต่เช้าจรดเย็น

2. ปีไหนตรงก็ดังกันไป ปีไหนไม่ตรงก็ .....
"อ๋อ ปีนี้มันเปลี่ยนแนวออกครับน้อง"

3. บางคนคิดว่า แค่ไปเรียนคอร์สเอนท์แล้วจะเอ็นติด
ถ้าเอ็งไม่กลับมาทบทวนแล้วมันจะติดมั้ยยย
(จะปลูกต้นไม้ให้งาม
ใส่ปุ๋ยอย่างเดียวมันไม่เข้าหรอก
ต้องขยันพรวนดินด้วยเฟ่ย)

คาราโอเกะ -
1. เสีย 10 บาทเพื่อไปนั่งฟังเพื่อนสวดมนต์ในตู้แคบๆ
(...บางคนเรอให้ฟังก็มี)
2. วิชาภาคบังคับของกระทรวง
เห็นเด็กนักเรียนต้องไปสอบกันทุกวัน

## ### ### - คล่องแคล่ว ว่องไว ยิ้มแย้มแจ่มใส ...........=
="...(เฮ่ออ... เกือบไป  คิดไรกันอ่ะ ฮะ ? )

.......

ง. -
ถูกทุกข้อ...............(...ตัวช่วยสุดท้ายสำหรับพวกหัวกลวงมาสอบ)

งับๆ - ภาษาวัยรุ่น (...หรือพวกที่พยายามคิดว่าตัวเองยังเป็นอยู่)
นิยมใช้การแช็ท เล่นเอ็ม เพื่อแสดงความน่ารักน่าสมเพศ
เอ้ย... เอ็นดู คาดว่าชาติก่อนมันคงเกิดปลาคาร์ปกัน

ง้าบบ - การลากเสียงเพื่อแสดงมารยาสาไถย
นัยว่าทำให้ดูน่ารักยิ่งขึ้น(เห้ๆ)
กรุณาอย่าใช้บ่อยจนเกินเหตุอาจทำให้ผู้อ่าน
หรือผู้ฟัง เกิดความเอ็นดู จนต้องหาอะไรไปตบปาก

งุงิๆ - ...........เฮ่ยย เลิก"งุงิ"ได้แล้ว  ..........ฟังแล้วตรูงุงิเฟ่ย

งืม งืม - ............เออ เอาเข้าไป...= ="

เงิน - สิ่งที่พ่อแม่ให้มาซื้อข้าว  แต่เห็นชอบเอาฝากไว้กับป้าร้านเกมส์กันจ๊างงง

........

จ. - ไม่มีข้อถูก .............
(อ๊ากกกก!!!! แล้วทีนี้ตรูจะมั่วอันไหนดีฟะเนี่ย )
((อันนี้ก็ช่วยไม่ได้เน่อ โยนหัวก้อยกันเองระหว่าง ง กับ จ ))

จีบสาว - สิ่งที่เด็กวิศวะส่วนใหญ่ถนัดที่สุด
แต่หารู้ไม่ว่าที่พวกเอ็งทำน่ะ มันเสี่ยวแดกที่สุดเช่นกัน
(หมายเหตุ: ขออภัยสำหรับคนภาคอีสาน
เสี่ยวอันนี้เป็นคำพ้องรูปพ้องเสียง
ไม่ได้มีความหมายล่วงเกินท่านแต่ประการใด )

จุฬา - (เชื่อว่า)เป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ
จึงทำให้มีนักเรียนจากทุกสารทิศต่างแย่งชิงกันมาเข้าที่นี่
ถึงกระนั้น  เหตุผลอีกหลักอย่างหนึ่งของนักเรียนชายที่อยากเข้าที่นี่ก็คือ 
........................รู้กันๆ

.....
ฉ - ถูกมั่งผิดมั่ง ...(ไม่มีว้อยยย!!!!!)


 ......

ชายเซนเตอร์ - การเรียนโดยให้เด็กเป็นศูนย์กลาง 
ซึ่งครูบางท่านเข้าใจผิดว่าให้เด็กไปอ่านเอง ทำความเข้าใจเอง 
....แล้วไม่ให้เด็กมันออกข้อสอบเอง ทำเอง ตรวจเองไปเลยอ่ะ 'จารย์

เช็คชื่อ - ระบบเช็คความตั้งใจเรียนของเด็ก ซึ่งได้ผลมากๆ
....... เฮ้ยวันนี้ กรูจะไปร้องเกะ ฝากคุณเช็คด้วยนะ

ชีวะ(ฮาเฮ) -
1. 1 ใน 3 วิชาแสนสนุก ,
2. สปช. ขั้นสูง
วิชาที่สามารถทำให้เราเข้าใจสิ่งง่ายๆรอบตัวเรา ให้ยากขึ้นมามหาศาล
ตัวอย่าง ... คน - Homosapien Sapien ข้าวหอมมะลิ - Passus Gamesus
ชาวนา - Homosapien sapien de Passus Gamesus ( = = มั่วแล่ว)
กาจู - Pigasetorian Yellosinus  ........(พอแล้วว้อยย!!!!!)

........

ซ่งติง - อวัยวะอย่างหนึ่ง ทำหน้าที่คล้ายเมคอัพ
นิยมใช้ซับหน้าคู่อริ

ซกมก - .บางคนพยายามแปลงชื่อเป็นซกมก ....

ซ่อม - โอกาสสุดท้ายจริงๆแล้วนะเฟ่ยย

ซิ่ว -
1. พวกอยากเด็ก ชอบทำตัวเด็ก อยากไปเรียนกับรุ่นน้อง
2.คุณหัวกลวงภาคสอง กลวงตอนม.ปลายยังไม่พอ
ยังเข้าไปกลวง กันต่อที่ มหา'ลัย
3.พวกที่ลืมไปว่า มหา ลัย ไม่มีให้ "ซ่อม"

........

เด็กแนว - วิถีแห่งลูกผู้ชาย(เหรอวะ??)

หลายคนพยามยามไขว่คว้าทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองได้ถูกเรียกด้วยคำนี้
หารู้ไม่ว่า วิถีแห่ง"แนว" ไร้ซึ่งวิถี .....ปรมัตถ์อยู่ที่อัตตาตน (โห.. ตรูคิดได้ไงฟะเนี่ยยยย)

เด็กแร็บ - มนุษย์เป็ดใส่เสื้อพ่อ


...........

แต่วว - อาการชนิดหนึ่ง แต่ววว มากๆ

สังเกตบทสนทนาต่อไปนี้ ในช่วงเวลารับประทานอาหารเช้าของครอบครัวหนึ่ง
ลูก : ...แม่ครับ พ่อครับ ต่อไปนี้ ผมจะเลิกเล่นแร็คแล้วครับ
พ่อแม่ : อื้มม... ดีมากลูก เข้าใจที่พ่อแม่บอกแล้วสินะ
ลูก : .... ผมจะหันมาเล่นปังย่าแทน
พ่อแม่ : .....เกร๊งงงง ๆ

(เสียงพ่อแม่ทำช้อนหล่น)

.................แต่วววว......................


........

ท่าไก่ย่าง - ท่าเต้นที่อันตรายที่สุดในโลก (เด็กอายุต่ำกว่า 18  ไม่ควรลอกเลียนแบบ) บางรายอาจมีอาการหัวใจวายตายได้  เต้นกันมาหลายสิบปี  ขณะนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตจากท่าเต้นนี้เป็นจำนวน 1 คน ทางกระทรวง(เจ้าเก่า)ได้เล็งเห็นถึงความอันตราย อย่างหาที่เปรียบมิได้นี้ จึงสั่งแบนรับน้อง............ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่มีเหตุมีผลเป็นอย่างยิ่ง น่านับถือๆ


.......

นอนหลับ - การนอนหลับที่ถูกสุขลักษณะควรกระทำในห้องเรียน
และไม่ควรนอนหัวค่ำเพราะจะทำให้เสียเวลาเล่นเกมส์ (ล้อเล่นจ้าา )

..........

บ้านพ่อ - บ้านที่มีของแปลกๆ มากที่สุดในโลก สังเกตบทสนทนาต่อไปนี้

บุญกึ่ม : เฮ้ยย ดูหมาตัวนั้นดิ มันกินหญ้าด้วยแหละ
สมปรี๊ด : (โบ้กบาลบุญกึ่มไปที) หมาบ้านพ่อเมิ##..สิ!!มีเขา
..............(เห็นมะ หมาบ้านพ่อมีเขาด้วยล่ะ)........


.............

ไปเรียนพิเศษ -
1.ไปแร่ด
2.เรียนพอเป็นพิธี(ประมาณ 20-30 นาที )...
แล้วค่อยไปแร่ด

ปลิ้น -
1. อ้วนแล้วใส่เอวต่ำ
2. มลภาวะทางสายตาขั้นร้ายแรง

.....

พระเจ้าจอร์ช มันยอดมาก - วลีชื่อดัง มีที่มาจาก
กษัตริย์แห่งประเทศมะเจิ่มเจ๋ย 
ต้นราชวงศ์เหา อันเกรียงไกร (มีศักดิ์เป็นพ่อพระเจ้าเหา )

มีชื่อเสียงในการปลูกมันสำปะหลังส่งออกทั่วโลก
จนนานาอารยะต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
" พระเจ้าจอร์ช มัน(สำปะหลัง)ยอดมาก "
(คำเตือน: เด็กอายุต่ำกว่า 12
และสตรีมีครรภ์ควรใช้วิจารณญาณ
ในการอ่าน มิฉะนั้นอาจมีผลต่อการบั่นทอนสติปัญญาของลูกท่านได้ )
((เวร แล้วเพิ่งจะมาเตือนเนี่ยนะ))

พระเจ้าช่วยกล้วยทอด มันยอดมาก - คาดว่าลูกแม่ค้าขายกล้วยแขกเป็นคนนำมาเผยแพร่
สวนสัตว์ดุสิตโพลสำรวจมาแล้วว่า
หลังจากได้ฟังวลีนี้ ทำให้ประชากรไทย 87 %

มีความอยากกินกล้วยแขกขึ้นมาฉับพลัน
(อ๊ากกกก พูดไปแล้วก็อยากกินว้อย)

โพย - วัตถุล้ำค่า มักปรากฏในรูปของยางลบ และใบเสร็จอะไรซักอย่าง
มักส่งต่อกันอย่างลับๆ ... อันตรายมากหากตกไปอยู่ในมือที่ 3
หมายเหตุ : หลังจากออกห้องสอบ วัตถุนี้กลายสภาพเป็นเศษกระดาษไปโดยปริยาย

........

ฟิสิกส์(แสนสนุก) - 1. 1 ใน 3 วิชาแสนสนุก ,
2. วิชาวาดเขียนขั้นสูง นึกอะไรไม่ออกให้วาดรูปไว้ก่อน

.......
ภาษาไทย - เรียนมา 12 ปี ....
นู๋ก้อยางเขียงม่ายเปงซักทีนะเคอะ งุงิงุ